66, Broklyn St, New York, USA
Turning big ideas into great services!

โลหะมีอะไรบ้าง: สำรวจประเภท สมบัติ และการใช้งานรอบตัวคุณ

Home / เริ่มต้นเทรด / โลห...

meetcinco_com | 27 11 月

โลหะมีอะไรบ้าง: สำรวจประเภท สมบัติ และการใช้งานรอบตัวคุณ

illustrative depiction of various metallic elements arranged abstractly with soft ambient lighting highlighting their distinct textures and sheens

โลหะคืออะไร? ความหมายและภาพรวมเบื้องต้น

ลองนึกภาพโลหะที่เราเห็นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ช้อนส้อมในครัวไปจนถึงโครงสร้างรถยนต์ มันคือกลุ่มธาตุเคมีที่มีคุณสมบัติพิเศษ ทำให้มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์มาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงทุกวันนี้ ในทางเคมี โลหะคือธาตุที่ปล่อยอิเล็กตรอนออกมาได้ง่ายเมื่อเข้าสู่ปฏิกิริยา สร้างไอออนบวกขึ้นมา คุณสมบัตินี้กำหนดลักษณะทางกายภาพที่ชัดเจนของโลหะ

สิ่งที่ทำให้โลหะโดดเด่นคือการนำไฟฟ้าที่ดี เพราะอิเล็กตรอนอิสระเคลื่อนที่ได้คล่องตัว เช่นเดียวกับการถ่ายเทความร้อน ทำให้เหมาะสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือหม้อปรุงอาหาร โลหะส่วนใหญ่ยังมีประกายวาววับ สามารถตีเป็นแผ่นบางหรือดึงเป็นลวดยาวได้ง่าย ช่วยให้แปรรูปเป็นรูปร่างหลากหลายตามต้องการ

ประวัติศาสตร์มนุษย์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพราะโลหะ ตั้งแต่ยุคสำริดที่นำมาทำเครื่องมือ ไปจนถึงยุคเหล็กที่สร้างอาวุธและเครื่องจักร จวบจนสมัยนี้ โลหะและโลหะผสมยังคงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีอวกาศหรือ gadget ในกระเป๋าเรา

a cozy thai home setting showcasing everyday metal objects like cookware and appliances artfully placed in a warm illuminated environment

ประเภทของโลหะคืออะไร? การจำแนกตามลักษณะและองค์ประกอบ

โลหะแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่สองประเภทหลัก คือโลหะแท้ที่มาจากธาตุเดี่ยว และโลหะผสมที่ผสมจากหลายธาตุ แต่ละกลุ่มมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันชัดเจน

โลหะแท้ (Pure Metals)

โลหะแท้หมายถึงธาตุโลหะชนิดเดียวที่มีความบริสุทธิ์สูง แม้ในทางปฏิบัติจะมีสิ่งเจือปนเล็กน้อย เราสามารถแบ่งย่อยตามตำแหน่งในตารางธาตุและคุณสมบัติเฉพาะ

โลหะอัลคาไล (Alkali Metals)

กลุ่มนี้รวมลิเทียม (Li), โซเดียม (Na), โพแทสเซียม (K), รูบิเดียม (Rb), ซีเซียม (Cs) และแฟรนเซียม (Fr) พวกมันตอบสนองต่อปฏิกิริยาเคมีอย่างรวดเร็ว นุ่มจนตัดด้วยมีดได้ จุดหลอมเหลวต่ำ มักปรากฏในอุตสาหกรรมเคมี เช่น การผลิตเกลือแกงจากโซเดียมคลอไรด์ หรือในแบตเตอรี่บางประเภท

โลหะอัลคาไลเอิร์ท (Alkaline Earth Metals)

ประกอบด้วยเบริลเลียม (Be), แมกนีเซียม (Mg), แคลเซียม (Ca), สตรอนเทียม (Sr), แบเรียม (Ba) และเรเดียม (Ra) กลุ่มนี้ตอบสนองเคมีน้อยกว่าโลหะอัลคาไล แต่ยังคงไวต่อปฏิกิริยามากกว่ากลุ่มอื่น มีความแข็งแรงและเบา เช่น แมกนีเซียมช่วยลดน้ำหนักในรถยนต์และเครื่องบิน ขณะที่แคลเซียมเป็นส่วนสำคัญของกระดูกและฟันเรา

โลหะทรานซิชัน (Transition Metals)

กลุ่มใหญ่และสำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ ครอบคลุมธาตุจากหมู่ 3 ถึง 12 ในตารางธาตุ เช่นเหล็ก (Fe), ทองแดง (Cu), ทองคำ (Au), เงิน (Ag), สังกะสี (Zn), นิกเกิล (Ni) และโครเมียม (Cr) คุณสมบัติหลากหลาย จุดหลอมเหลวสูง แข็งแรง ทนการกัดกร่อน และสร้างสารประกอบซับซ้อนได้ ใช้กว้างขวางในก่อสร้าง เครื่องไฟฟ้า อัญมณี อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือ

โลหะหลังทรานซิชัน (Post-Transition Metals)

กลุ่มนี้มีลักษณะผสมระหว่างโลหะทรานซิชันและอโลหะ เช่นอะลูมิเนียม (Al), แกลเลียม (Ga), อินเดียม (In), ดีบุก (Sn), ตะกั่ว (Pb) และทอเรียม (Tl) จุดหลอมเหลวต่ำกว่าโลหะทรานซิชัน แต่ยังคงเป็นโลหะ เช่นอะลูมิเนียมเบา ทนสนิม นำไฟฟ้าดี ใช้ในบรรจุภัณฑ์ ก่อสร้าง และยานยนต์

แลนทาไนด์และแอกทิไนด์ (Lanthanides & Actinides)

พบในแถวล่างของตารางธาตุ แลนทาไนด์ (57-71) และแอกทิไนด์ (89-103) มีคุณสมบัติเฉพาะ ใช้ในงานวิจัยและเทคโนโลยีสูง เช่นแลนทาไนด์ในอิเล็กทรอนิกส์และแม่เหล็ก แอกทิไนด์หลายตัวกัมมันตรังสี ใช้ในนิวเคลียร์

โลหะผสม (Alloys)

ความหมายและความสำคัญของโลหะผสม

โลหะผสมเกิดจากการรวมโลหะสองชนิดหรือมากกว่า หรือผสมกับอโลหะ เพื่อยกระดับคุณสมบัติ เช่นเพิ่มความแข็ง ลดจุดหลอมเหลว ทนสนิม หรือปรับสี มันคือกุญแจสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่กว้างไกล

ตัวอย่างโลหะผสมที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

เราพบโลหะผสมรอบตัว เช่น เหล็กกล้า (Steel) จากเหล็กผสมคาร์บอน ใช้หลักในก่อสร้างและยานยนต์ ทองเหลือง (Brass) จากทองแดงกับสังกะสี สำหรับเครื่องดนตรี ประปา และของตกแต่ง ทองแดง (Bronze) จากทองแดงกับดีบุก ทำรูปปั้น เหรียญ และชิ้นส่วนเครื่องจักร สเตนเลส (Stainless Steel) จากเหล็กกล้าผสมโครเมียมและนิกเกิล ทนสนิม ใช้ในเครื่องครัว การแพทย์ และอุตสาหกรรม

a dynamic composition featuring complex industrial machinery and futuristic technological components all rendered in a vibrant illustrative style

คุณสมบัติเด่นของโลหะคืออะไร? ทำไมจึงมีประโยชน์มหาศาล

คุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ทำให้โลหะกลายเป็นวัสดุพื้นฐานในชีวิตและอารยธรรมมนุษย์

  • การนำไฟฟ้า (Electrical Conductivity): อิเล็กตรอนอิสระช่วยให้กระแสไหลง่าย ใช้ในสายไฟ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น
  • การนำความร้อน (Thermal Conductivity): ถ่ายเทความร้อนเร็ว เหมาะกับเครื่องครัว ระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์
  • ความแข็งแรงและความเหนียว (Strength & Ductility): ทนแรงกด ดึง บิด ยืดได้โดยไม่ขาด ใช้ในอาคาร สะพาน โครงสร้าง
  • ความมันวาว (Luster): ผิวเงา สำหรับเครื่องประดับ ของตกแต่ง
  • ความสามารถในการแปรรูป (Malleability): ตีเป็นแผ่นบางโดยไม่แตก เช่นกระป๋องอะลูมิเนียมหรือแผ่นทองแดง
  • จุดหลอมเหลวและจุดเดือด (Melting & Boiling Points): แตกต่างกัน สูงสำหรับงานร้อน ต่ำสำหรับหล่อขึ้นรูป

สิ่งของรอบตัวที่ทำจากโลหะคืออะไร? จากบ้านสู่โลกกว้าง

โลหะซ่อนตัวอยู่ในทุกมุมของชีวิต แม้เราจะไม่สังเกต

  • ในบ้านของคุณ: เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็นหรือทีวีมีชิ้นส่วนโลหะ เครื่องครัวจากสเตนเลส อะลูมิเนียม ทองแดง เฟอร์นิเจอร์โครงโลหะ ท่อประปา
  • ในการก่อสร้าง: เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตในอาคาร สะพาน โครงเหล็กรูปพรรณสำหรับตึกใหญ่
  • ในอุตสาหกรรม: ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร โรงงาน อิเล็กทรอนิกส์ พึ่งพาโลหะทั้งสิ้น
  • ในชีวิตประจำวัน: เหรียญ เครื่องประดับ อุปกรณ์กีฬา จักรยาน กระป๋องอะลูมิเนียม
  • เทคโนโลยีขั้นสูง: โลหะผสมเบาแต่แข็งในอากาศยาน อุปกรณ์อวกาศ เซมิคอนดักเตอร์

โลหะต่างจากธาตุอื่นๆ อย่างไร? ความแตกต่างที่สำคัญ

เข้าใจความต่างนี้ช่วยให้เห็นภาพเคมีชัดเจน

โลหะ (Metals) vs อโลหะ (Nonmetals)

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก:

คุณสมบัติ โลหะ (Metals) อโลหะ (Nonmetals)
การนำไฟฟ้า นำไฟฟ้าได้ดี นำไฟฟ้าได้ไม่ดี (เป็นฉนวน)
การนำความร้อน นำความร้อนได้ดี นำความร้อนได้ไม่ดี
ลักษณะทางกายภาพ แข็ง (ส่วนใหญ่), มันวาว, ตีเป็นแผ่น/ดึงเป็นเส้นได้ หลากหลาย (แก๊ส, ของเหลว, ของแข็งเปราะ), ด้าน
จุดหลอมเหลว/เดือด สูง (ส่วนใหญ่) ต่ำ (ส่วนใหญ่)
การเกิดไอออน มักเกิดไอออนบวก (สูญเสียอิเล็กตรอน) มักเกิดไอออนลบ (รับอิเล็กตรอน)
ตัวอย่าง เหล็ก, ทองแดง, ทองคำ, อะลูมิเนียม ออกซิเจน, ไนโตรเจน, คาร์บอน, กำมะถัน

กึ่งโลหะ (Metalloids)

กึ่งโลหะผสมคุณสมบัติโลหะและอโลหะ เช่นโบรอน (B), ซิลิคอน (Si), เจอร์เมเนียม (Ge), อาร์เซนิก (As), แอนติโมเนีย (Sb), เทลลูเรียม (Te) และโปโลเนียม (Po) ซิลิคอนและเจอร์เมเนียมสำคัญในอิเล็กทรอนิกส์ เพราะควบคุมการนำไฟฟ้าได้

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโลหะคืออะไร? ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

วัฏจักรของโลหะและการรีไซเคิล: ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม

โลหะมีค่าจำกัด การรีไซเคิลช่วยรักษาทรัพยากร ลดพลังงาน และลดขยะ มันลดการขุดแร่ใหม่ ลดมลพิษอากาศและน้ำจากผลิตภัณฑ์ปฐมภูมิ

โลหะหายาก (Rare Earth Metals) และบทบาทในเทคโนโลยีสมัยใหม่

โลหะหายากไม่ใช่หายากจริง แต่กระจายไม่สม่ำเสมอ เช่นนีโอดิเมียม (Nd), ดิสโพรเซียม (Dy), ยูโรเปียม (Eu) สำคัญในแม่เหล็กมอเตอร์รถ EV กังหันลม จอแสดงผล และอิเล็กทรอนิกส์

การดูแลรักษาและป้องกันการกัดกร่อนของโลหะในสภาพอากาศแบบไทย

อากาศร้อนชื้นไทยเร่งการกัดกร่อน ป้องกันด้วยสีกันสนิมหรือเคลือบ ใช้สเตนเลสหรืออะลูมิเนียมเพื่อยืดอายุ โดยเฉพาะโครงสร้างกลางแจ้งอย่างเหล็ก

โลหะแต่ละชนิดมีสีแตกต่างกันหรือไม่? และสีที่พบเห็นบ่อยมีอะไรบ้าง?

ใช่ โลหะแต่ละชนิดมีสีเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน โดยสีที่พบเห็นบ่อย ได้แก่:

  • ทองคำ (Gold): สีเหลืองทอง
  • เงิน (Silver): สีขาวเงิน
  • ทองแดง (Copper): สีแดงอมส้ม
  • เหล็ก (Iron): สีเทาเข้ม
  • อะลูมิเนียม (Aluminum): สีเงินขาว
  • ตะกั่ว (Lead): สีเทาอมฟ้า
  • นิกเกิล (Nickel): สีขาวเงิน

สีของโลหะยังอาจเปลี่ยนไปเมื่อเกิดการออกซิเดชันหรือการเคลือบผิว

โลหะที่ใช้ทำเครื่องประดับ เช่น ทองคำ, เงิน, ทองคำขาว มีความแตกต่างกันอย่างไร?

โลหะเหล่านี้มีความแตกต่างกันทั้งในด้านองค์ประกอบ คุณสมบัติ และราคา:

  • ทองคำ (Gold – Au): เป็นโลหะมีค่าที่มีสีเหลืองทองตามธรรมชาติ มีความอ่อนตัวสูง นิยมนำมาผสมกับโลหะอื่น (เช่น ทองแดง, เงิน) เพื่อเพิ่มความแข็งแรง
  • เงิน (Silver – Ag): เป็นโลหะสีขาวเงิน มีความวาวสูง เป็นตัวนำไฟฟ้าและความร้อนที่ดีเยี่ยม มักใช้ทำเครื่องประดับและเครื่องใช้
  • ทองคำขาว (Platinum – Pt): เป็นโลหะสีขาวเงิน มีความหนาแน่นสูงกว่าทองคำ มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูงมากและไม่หมองคล้ำ นิยมใช้ทำเครื่องประดับหรูหรา

นอกจากนี้ยังมีทองคำขาว (White Gold) ซึ่งเป็นทองคำจริง (สีเหลือง) ที่นำมาผสมกับโลหะสีขาว เช่น นิกเกิล หรือพาลาเดียม เพื่อให้ได้สีขาวเงิน

อะลูมิเนียมกับเหล็กกล้า แบบไหนที่เหมาะกับการทำโครงสร้างบ้านมากกว่ากัน?

โดยทั่วไปแล้ว เหล็กกล้า (Steel) จะเหมาะกับการทำโครงสร้างบ้านมากกว่าอะลูมิเนียม เนื่องจากเหล็กกล้ามีความแข็งแรงและความหนาแน่นสูงกว่า ทำให้สามารถรับน้ำหนักได้ดีกว่า และมีราคาถูกกว่า นอกจากนี้ เหล็กกล้ายังมีความสามารถในการรับแรงดึงและแรงอัดได้ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของวัสดุโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม อะลูมิเนียมก็มีข้อดีในด้านน้ำหนักเบาและทนทานต่อการกัดกร่อน ซึ่งอาจนำมาใช้ในบางส่วนของโครงสร้างที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการกัดกร่อนสูง

ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย โลหะชนิดใดที่ทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีที่สุด?

ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย โลหะที่ทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีที่สุด ได้แก่:

  • สเตนเลส (Stainless Steel): โดยเฉพาะเกรดที่มีส่วนผสมของโครเมียมและนิกเกิลสูง จะทนทานต่อสนิมและการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม
  • อะลูมิเนียม (Aluminum): แม้จะเกิดชั้นอะลูมิเนียมออกไซด์ขึ้นที่ผิว แต่ชั้นนี้จะช่วยปกป้องโลหะจากการกัดกร่อนเพิ่มเติมได้ดี
  • ทองแดง (Copper) และโลหะผสมทองแดง (เช่น ทองเหลือง, ทองแดง): มีความทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีในระดับหนึ่ง
  • ไทเทเนียม (Titanium): เป็นโลหะที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูงมาก แต่มีราคาสูง

เหล็กทั่วไป (Carbon Steel) จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดสนิมได้ง่ายที่สุดในสภาพอากาศนี้

โลหะมีพิษต่อร่างกายหรือไม่? และมีวิธีป้องกันการสัมผัสโดยตรงอย่างไร?

โลหะบางชนิดอาจมีพิษต่อร่างกายหากสัมผัสหรือบริโภคในปริมาณมาก เช่น ตะกั่ว (Lead) และปรอท (Mercury) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและพัฒนาการของเด็ก ส่วนโลหะอื่นๆ เช่น เหล็ก ทองแดง แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม
วิธีป้องกันการสัมผัสโดยตรงกับโลหะมีพิษ ได้แก่:

  • หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่อาจมีส่วนผสมของโลหะมีพิษในภาชนะบรรจุอาหารหรือเครื่องดื่ม
  • สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือ หน้ากาก เมื่อต้องทำงานกับโลหะที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
  • รักษาความสะอาดของร่างกายและสิ่งแวดล้อม
  • ปรึกษาแพทย์หากสงสัยว่ามีการสัมผัสกับโลหะมีพิษ

เราสามารถแยกแยะโลหะแท้กับโลหะผสมได้อย่างไรในชีวิตประจำวัน?

การแยกแยะโลหะแท้กับโลหะผสมในชีวิตประจำวันอาจทำได้ยากโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง แต่มีข้อสังเกตเบื้องต้นบางประการ:

  • ลักษณะภายนอก: โลหะแท้บางชนิด เช่น ทองคำ เงิน มีความมันวาวและสีที่เป็นเอกลักษณ์ โลหะผสมมักมีสีที่แตกต่างจากโลหะแท้ หรือมีสีที่ดู “ทึบ” กว่า
  • น้ำหนัก: โลหะผสมมักมีน้ำหนักที่แตกต่างจากโลหะแท้ชนิดใดชนิดหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบหลัก
  • การสึกหรอ: โลหะผสมบางชนิดอาจเกิดการสึกหรอเป็นชั้นๆ หรือเปลี่ยนสีที่ผิวได้ง่ายกว่า
  • การใช้งาน: ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโลหะผสมมักถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ความแข็งแรง ทนทาน ซึ่งอาจบอกเป็นนัยว่าเป็นโลหะผสม

วิธีที่แน่นอนที่สุดคือการตรวจสอบฉลาก หรือการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพและเคมี

โลหะหายาก (Rare Earth Metals) มีความสำคัญต่อเทคโนโลยีปัจจุบันอย่างไรบ้าง?

โลหะหายากมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษที่หาได้ยากในธาตุอื่น ทำให้เป็นส่วนประกอบสำคัญในอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ เช่น:

  • แม่เหล็กถาวรประสิทธิภาพสูง: ใช้ในมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า, กังหันลม, ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์, เครื่องเสียง
  • จอแสดงผล: ทำให้เกิดสีสันสดใสในหน้าจอโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต
  • เลเซอร์และไฟ LED: ใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์, อุตสาหกรรม, และแสงสว่าง
  • แบตเตอรี่: เป็นส่วนประกอบในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูง
  • การสื่อสาร: ใช้ในอุปกรณ์สื่อสารและเรดาร์

หากขาดโลหะหายากเหล่านี้ เทคโนโลยีหลายอย่างที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้จะไม่สามารถพัฒนาขึ้นมาได้

การรีไซเคิลโลหะมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจอย่างไร?

การรีไซเคิลโลหะมีประโยชน์มหาศาลทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ:

  • สิ่งแวดล้อม:
    • ลดการขุดเจาะแร่ใหม่ ซึ่งเป็นการทำลายหน้าดินและระบบนิเวศ
    • ลดการใช้พลังงานอย่างมหาศาลในการผลิตโลหะจากแร่ดิบ (เช่น การผลิตอลูมิเนียมจากรีไซเคิลใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตจากบอกไซต์ถึง 95%)
    • ลดมลพิษทางอากาศและน้ำที่เกิดจากกระบวนการผลิต
    • ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ
  • เศรษฐกิจ:
    • สร้างงานในอุตสาหกรรมรีไซเคิล
    • ลดต้นทุนการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้โลหะเป็นวัตถุดิบ
    • สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้
    • ลดการพึ่งพาการนำเข้าโลหะจากต่างประเทศ

อะไรคือความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างโลหะกับอโลหะ?

ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างโลหะกับอโลหะอยู่ที่คุณสมบัติการนำไฟฟ้าและการนำความร้อน โดยทั่วไปแล้ว โลหะจะนำไฟฟ้าและความร้อนได้ดีเยี่ยม ในขณะที่อโลหะจะนำไฟฟ้าและความร้อนได้ไม่ดีนัก (เป็นฉนวน) นอกจากนี้ โลหะส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นมันวาว แข็ง และสามารถตีเป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นได้ ในขณะที่อโลหะมีลักษณะหลากหลายกว่า บางชนิดเป็นแก๊ส ของเหลว หรือของแข็งที่เปราะ

โลหะผสมประเภทใดที่นิยมนำมาใช้ผลิตเครื่องมือช่าง?

เครื่องมือช่างที่ต้องการความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอ และความเหนียว มักนิยมใช้โลหะผสมที่ทำจาก เหล็กกล้า (Steel) เป็นหลัก โดยเฉพาะเหล็กกล้าเครื่องมือ (Tool Steel) ซึ่งมีการเติมธาตุอื่นๆ เช่น โครเมียม (Chromium), โมลิบดีนัม (Molybdenum), วาเนเดียม (Vanadium) เพื่อเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ เช่น ความแข็ง ความทนทานต่อความร้อน และความต้านทานต่อการสึกหรอ นอกจากนี้ อัลลอยด์ของอะลูมิเนียม บางชนิดก็อาจใช้ทำเครื่องมือช่างบางประเภทที่ต้องการน้ำหนักเบา

發佈留言