66, Broklyn St, New York, USA
Turning big ideas into great services!

Sharpe Ratio คืออะไร? เครื่องมือสำคัญวัดผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง

Home / เริ่มต้นเทรด / Sha...

meetcinco_com | 23 11 月

Sharpe Ratio คืออะไร? เครื่องมือสำคัญวัดผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง

Sharpe Ratio คืออะไร? เครื่องมือสำคัญวัดผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง

An illustration of a financial advisor explaining a chart with rising and falling lines to a client in a modern office setting with soft natural light

ลองนึกภาพโลกการลงทุนที่เต็มไปด้วยตัวเลขพลิกผันไม่แน่นอน คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางครั้งผลตอบแทนสูงๆ กลับไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด? Sharpe Ratio หรือที่รู้จักในชื่ออัตราส่วนชาร์ป คือตัวช่วยที่นักลงทุนทั่วโลกหันไปพึ่งพา คิดค้นโดย William F. Sharpe นักเศรษฐศาสตร์ผู้คว้ารางวัลโนเบล เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณเปรียบเทียบผลตอบแทนจากสินทรัพย์หรือกลยุทธ์ต่างๆ โดยคำนึงถึงความเสี่ยงที่ต้องรับมือ ทำให้การตัดสินใจลงทุนชัดเจนและรอบคอบยิ่งขึ้น

本质แล้ว Sharpe Ratio ดูว่าคุณได้ผลตอบแทนส่วนเกิน (Excess Return) มากแค่ไหน เมื่อเทียบกับความเสี่ยงเพิ่มเติมจากสินทรัพย์ปลอดภัย (Risk-Free Asset) สั้นๆ คือ ค่าสูงแปลว่าสินทรัพย์นั้นให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ยอมรับ

สูตรคำนวณ Sharpe Ratio คืออะไร? ลงลึกในรายละเอียด

อย่ากังวล สูตรนี้ไม่ยุ่งยากเกินไปนัก

Sharpe Ratio = (Rp – Rf) / σp

มาดูส่วนประกอบกัน:

  • Rp คือ ผลตอบแทนเฉลี่ยของพอร์ตโฟลิโอหรือสินทรัพย์ที่สนใจ
  • Rf คือ อัตราผลตอบแทนปลอดความเสี่ยง มักอ้างจากพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น
  • σp (ซิกม่า พี) คือ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลตอบแทนพอร์ต ซึ่งบอกถึงความผันผวนหรือระดับความเสี่ยง

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานนี่แหละที่เป็นหัวใจ มันแสดงการกระจายของผลตอบแทนรอบค่าเฉลี่ย ถ้าค่าสูง ผลตอบแทนก็แกว่งแรง ความเสี่ยงเลยพุ่งตาม

วิธีตีความค่า Sharpe Ratio อย่างไร? ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรบ้าง?

A stylized graphic representing a balance scale with coins on one side and a shield on the other symbolizing risk and return in investment with a clean flat design style

หลังคำนวณแล้ว ค่า Sharpe Ratio จะช่วยประเมินประสิทธิภาพได้ชัดเจน

  • ค่าเป็นบวก: ผลตอบแทนเฉลี่ยชนะ Rf หลังหักความเสี่ยง ถ้าบวกมาก แสดงว่าสินทรัพย์นี้เก่งเรื่องสร้างผลตอบแทนที่สมดุลกับความเสี่ยง
  • ค่าเป็นลบ: ผลตอบแทนต่ำกว่า Rf หรือความเสี่ยงเกินผลตอบแทน สินทรัพย์แบบนี้อาจไม่น่าลงทุน
  • ค่าเป็นศูนย์: ผลตอบแทนเท่ากับ Rf ไม่มีส่วนเกินจากความเสี่ยงที่รับ

นักลงทุนส่วนใหญ่มักไล่ล่าค่าสูงๆ เพราะมันบ่งบอกถึงผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมต่อความเสี่ยง

Sharpe Ratio วัดอะไรบ้าง? ทำไมถึงขาดไม่ได้ในการลงทุน

เครื่องมือนี้เจาะลึกประสิทธิภาพต่อหน่วยความเสี่ยง (Performance per unit of risk) ซึ่งหลายคนมองข้ามถ้าดูแค่ผลตอบแทนดิบๆ

ประโยชน์หลักที่เห็นชัด:

  • เปรียบเทียบสินทรัพย์หลากหลาย: ดูว่าหุ้น กองทุนรวม หรือตราสารหนี้ตัวไหนคุ้มเสี่ยง ตัวอย่างเช่น หุ้นเทคโนโลยีที่ผันผวนอาจแพ้ตราสารหนี้ถ้าค่า Sharpe ต่ำ
  • คัดกลยุทธ์ลงทุน: เลือกวิธีที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดต่อความเสี่ยงที่ยอมรับ
  • บริหารพอร์ต: จัดสัดส่วนสินทรัพย์ให้พอร์ตมี Sharpe สูง ตรงกับระดับเสี่ยงที่คุณสบายใจ

รู้จัก Sharpe Ratio แล้ว คุณจะมองทะลุผลตอบแทนสูงที่ซ่อนความเสี่ยงมหาศาล และเลือกตัวที่แท้จริงคุ้มค่า

Sharpe Ratio แตกต่างจาก Treynor Ratio และ Sortino Ratio อย่างไร?

An infographic style illustration showing a simplified formula with interconnected elements representing portfolio return risk-free rate and standard deviation in a vibrant color palette

Sharpe Ratio ได้รับความนิยม แต่ตัวอื่นๆ ก็ช่วยเติมเต็มมุมมอง

Treynor Ratio คล้ายกัน แต่ใช้ Beta วัดความเสี่ยงระบบ (Systematic Risk) ที่สัมพันธ์กับตลาด เหมาะกับพอร์ตที่กระจายเสี่ยงแล้ว

Sortino Ratio โฟกัสเฉพาะความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) โดยดูแค่ความผันผวนต่ำกว่าเป้าหมาย เช่น Rf เหมาะสำหรับคนกลัวขาดทุนมากกว่าผันผวนทั่วไป

เข้าใจความต่างเหล่านี้ คุณจะเลือกเครื่องมือที่ตรงกับเป้าหมายลงทุนได้แม่นยำ

Sharpe Ratio ใช้จริงในโลกการลงทุนอย่างไร?

นำไปใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ ลองดูตัวอย่าง

เลือกกองทุนรวม: สมมติกองทุน A ให้ผลตอบแทน 10% ต่อปี กองทุน B 12% ถ้าดูแค่ตัวเลข B ดูดีกว่า แต่ถ้า Sharpe ของ A สูงกว่า เช่น 1.5 เทียบกับ 1.0 ของ B แสดงว่า A คุ้มเสี่ยงกว่า คุณอาจหันไป A

ประเมินกลยุทธ์: เปรียบเทียบวิธีลงทุนของคุณกับตัวอื่น ดูว่าอันไหนให้ผลตอบแทนดีต่อเสี่ยง

สร้างพอร์ต: จัดน้ำหนักสินทรัพย์เพื่อให้พอร์ตมี Sharpe สูงสุด ตรงระดับเสี่ยงที่ยอมรับ

ข้อควรระวังอะไรบ้างเมื่อใช้ Sharpe Ratio?

เครื่องมือดีแต่มีจุดอ่อน นักลงทุนควรรู้ไว้

  • สมมติฐานกระจายปกติ: ทำงานดีถ้าผลตอบแทนเป็น Bell Curve แต่ในจริง บางสินทรัพย์เบ้หรือหางหนา ค่าอาจคลาดเคลื่อน
  • ไม่แยกขาขึ้น-ขาลง: มองความผันผวนทั้งสองทิศทางเท่ากัน ถ้ากังวลขาลง ลอง Sortino แทน
  • เปรียบเทียบในกลุ่มเดียว: ใช้กับสินทรัพย์คล้ายกันหรือตลาดเดียว เพื่อให้ข้อมูลมีน้ำหนัก
  • ไม่เหมาะสินทรัพย์ผันผวนสูง: อย่าง derivatives หรือคริปโต ค่าเบี่ยงเบนสูงอาจทำให้ Sharpe ดูแย่ แม้โอกาสกำไรสูง

ตระหนักจุดเหล่านี้ คุณจะใช้ Sharpe ได้อย่างชาญฉลาด ไม่หลงตัวเลขหลอก

สรุป: Sharpe Ratio ทำไมถึงเป็นเครื่องมือขาดไม่ได้?

Sharpe Ratio คือตัวประเมินที่นักลงทุนทุกระดับต้องมี ช่วยเปรียบผลตอบแทนโดยหักความเสี่ยง รู้สูตรและตีความดี คุณจะเลือกสินทรัพย์หรือกลยุทธ์ได้อย่างมีเหตุผล

ถึงมีข้อจำกัด แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญ ใช้คู่เครื่องมืออื่นๆ เพื่อตัดสินใจรอบคอบ สู่เป้าหมายการเงินที่ยั่งยืน

Sharpe Ratio ติดลบ ควรทำอย่างไร?

Sharpe Ratio ลบแปลว่าผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำกว่า Rf หรือเสี่ยงเกินผลตอบแทน ควรทบทวนการลงทุนนั้น พิจารณาขายเพื่อตัดขาดทุน หรือปรับพอร์ตให้เสี่ยงน้อยลงและผลตอบแทนสูงกว่า Rf

Sharpe Ratio เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าดี?

โดยทั่วไป มากกว่า 1 ถือว่าดี แต่ต้องเทียบกับสินทรัพย์หรือดัชนีเดียวกัน 1-2 ดีมาก, 2-3 ดีเยี่ยม, เกิน 3 ยอดเยี่ยม สิ่งสำคัญคือเปรียบเทียบในบริบทเดียวกัน

Sharpe Ratio ควรมีค่าเท่าไหร่สำหรับกองทุนหุ้น?

สำหรับกองทุนหุ้น ควรสูงกว่า 1 และเทียบกับ SET Index หรือกองทุนคล้ายกัน ถ้าสูงกว่าดัชนีหรือคู่แข่งเสี่ยงใกล้เคียง แสดงว่าประสิทธิภาพดีในการปรับผลตอบแทนด้วยความเสี่ยง

เราสามารถใช้ Sharpe Ratio กับสินทรัพย์ประเภทอื่นนอกจากหุ้นได้หรือไม่?

ได้ Sharpe Ratio ใช้ได้กับกองทุนรวม, ETF, ตราสารหนี้, อสังหา หรือกลยุทธ์ซื้อขาย ถ้าคำนวณผลตอบแทนเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานได้

Sharpe Ratio แตกต่างจาก Information Ratio อย่างไร?

Sharpe ใช้ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานวัดความผันผวนรวม ขณะที่ Information Ratio ดูผลตอบแทนเหนือดัชนี (Active Return) เทียบกับ Tracking Error เหมาะประเมินผู้จัดการกองทุนที่พยายามชนะดัชนี

อะไรคือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดเมื่อใช้ Sharpe Ratio?

ผิดพลาดบ่อยคือเปรียบเทียบสินทรัพย์ต่างกันเกินไปโดยไม่ดูบริบท เช่น หุ้นผันผวนกับตราสารหนี้ หรือใช้โดยไม่คิดถึงข้อจำกัดกระจายผลตอบแทน และตีความค่าสูงโดยไม่เข้าใจเสี่ยง

Sharpe Ratio มีผลต่อการตัดสินใจเลือกกองทุนรวมหรือไม่?

มีแน่นอน เป็นเกณฑ์หลักในการเปรียบและเลือกกองทุน ช่วยเห็นว่ากองทุนสร้างผลตอบแทนคุ้มเสี่ยงไหม เลือกที่มีค่าสูงมักให้ผลดีระยะยาว

ทำไม Sharpe Ratio จึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักลงทุนระยะยาว?

นักลงทุนยาวบริหารเสี่ยงสำคัญ Sharpe ช่วยดูว่าลงทุนให้ผลตอบแทนดีแค่ไหนต่อผันผวนระยะยาว เลือกค่าสูงหมายถึงจัดการเสี่ยงดี สนับสนุนพอร์ตเติบโตยั่งยืน

การคำนวณ Sharpe Ratio มีความซับซ้อนหรือไม่?

ไม่ซับซ้อนมาก ต้องรู้ผลตอบแทนเฉลี่ย, Rf, และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจุบันมีเครื่องมือการเงินช่วยคำนวณอัตโนมัติ

Sharpe Ratio บอกเราเกี่ยวกับความเสี่ยงขาลงของพอร์ตหรือไม่?

ไม่ตรงๆ เพราะใช้ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานวัดผันผวนทั้งสองทาง ถ้าต้องการโฟกัสขาลง ใช้ Sortino Ratio หรือ VaR ควบคู่

發佈留言